ศูนย์แพทย์เฉพาะทาง 24 ชั่วโมง
       ศูนย์แพทย์เฉพาะทางเที่ยงคืน
       ศูนย์แพทย์เฉพาะทางอื่นๆ

รักษ์พลังงาน ตอนภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน (1)

โดย ขุ่นพ่อ       

       ในวันที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมาองค์การสหประชาชาติกำหนดเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก เพื่อเตือนให้ชาวโลกตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการใช้ทรัพยากรธรรมชาติของประชากรโลกที่มีมากกว่า7 พันล้านคนในปัจจุบัน ซึ่งมากเกินกว่าที่ธรรมชาติจะรองรับและฟื้นฟูตนเองได้ ก่อให้เกิดปัญหาภาวะโลกร้อนจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้าสู่ชั้นบรรยากาศเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนทะลุระดับ 400 ppm ตั้งแต่ปีที่แล้วโดยยังไม่มีแนวโน้มจะชลอตัวลงมีการตัดไม้ทำลายป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่การทำเกษตรกรรมและเลี้ยงปศุสัตว์ ก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศน์ทั้งบนบกและในทะเลและดินฟ้าอากาศที่มีความแปรปรวนมากขึ้นเรื่อยๆมนุษย์ทุกคนจึงต้องช่วยกันฉลาดใช้ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ลดความสูญเปล่าของพลังงานและทรัพยากรทุกชนิดในการดำรงชีวิตไม่ว่าจะที่บ้านหรือที่ทำงานซึ่งก็คือแนวคิดเรื่องการลด personal carbon footprint ซึ่งเราสามารถทำได้ในหลายรูปแบบทั้งที่ทำงานและที่บ้านดังนิ้

     ลดการใช้ไฟฟ้าตามนโยบายของโรงพยาบาลที่เคยประกาศไปตั้งแต่ปีที่แล้ว เช่นหลีกเลี่ยงการใช้ลิฟท์อย่างน้อยวันละครั้งก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26 องศา ปิดหลอดไฟในห้องตรวจที่ไม่ได้ใช้งาน ปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์เมื่อใช้งานเสร็จแต่ละครั้งไม่เปิดประตูเข้าหอผู้ป่วยทิ้งค้างไว้ ถอดปลั๊กไฟเมื่อเลิกงานฯลฯ การreduce, reuse, recycle กระดาษ เช่นถ้าจำเป็นต้องพิมพ์เอกสารนอกจากใช้ทั้งสองหน้ากระดาษแล้วถ้าเลือกใช้ font ที่เล็กลงเช่นจาก 11 เป็น 10 pointจะลดการใช้กระดาษได้ถึงหกสิบเปอร์เซนต์ถ้ามีจำนวนหน้าเอกสารหลายสิบหน้า นอกจากนี้ในการดำรงชีวิต ยังมีเรื่องอื่นๆที่จะลด personal carbon footprintที่เราอาจคิดไม่ถึงเช่น ลดการบริโภคเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากนมให้น้อยลงแล้วทดแทนด้วยโปรตีนจากพืชเช่นบริโภคอาหารตระกูลถั่วหรือผลิตภัณฑ์จากถั่วเช่นเต้าหู้ทดแทนเพราะโปรตีนสัตว์แต่ละกรัมได้มาจากการกินโปรตีนพืชกว่าสิบกรัม โดยรวมอุตสาหกรรมปศุสัตว์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีผลต่อภาวะโลกร้อนมากกว่าอุตสาหกรรมการคมนาคมและการขนส่ง เพราะก๊าซมีเทนและไนตรัสออกไซด์จากปศุสัตว์แต่ละโมเลกุลมีผลทำให้โลกร้อนมากกว่าโมเลกุลก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระยเวลา 20 ปีข้างหน้า ถึง 70 และ 310 เท่าตามลำดับ การเลือกซื้ออาหารที่ปลูกในท้องถิ่นหรือภายในประเทศแทนอาหารนำเข้าจากต่างประเทศที่ต้องขนส่งเป็นระยะทางไกลการซื้ออาหารตลาดนัดแทนการซื้ออาหารสำเร็จรูปที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ต่างๆในศูนย์การค้า นอกจากเราจะได้อาหารที่สดและมีคุณค่าอาหารดีกว่าแล้วยังช่วยลดการใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ต้องทิ้งเป็นขยะไป ในการเดินทางถ้ามีทางเลือกให้ใช้ขนส่งสาธารณะแทนการใช้รถยนต์ส่วนตัวทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างมาตรการที่เราทุกคนทำได้ทันทีในการลด personal carbon footprintเพื่อช่วยปกป้องอนาคตลูกหลานของเราเอง

     “แม้ว่าการตัดสินใจที่ระดับตัวบุคคลอาจดูน้อยนิดเมื่อเทียบกับแนวโน้วภัยคุกคามระดับโลก เมื่อคนนับพันล้านร่วมแรงร่วมใจเพื่อวัตถุประสงค์เดียวกัน เราสามารถก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้”

     บันคีมูน- เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ



ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน.....แล้วพบกันใหม่ ฉบับหน้านะคะ....
 
 
โรงพยาบาลเจ้าพระยา
113/44 ถนนบรมราชชนนี แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กทม. 10700