ศูนย์แพทย์เฉพาะทาง 24 ชั่วโมง
       ศูนย์แพทย์เฉพาะทางเที่ยงคืน
       ศูนย์แพทย์เฉพาะทางอื่นๆ
     โรงพยาบาลเจ้าพระยาได้เล็งเห็นความสำคัญของการดูแลผู้ป่วยโรคหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง โดยจัดทีมแพทย์ผู้เชี่ยว ชาญโรคหัวใจประจำการในโรงพยาบาลตลอดเวลา เพื่อพร้อมให้บริการทุกท่าน ร่วมกับทีมพยาบาลและเครื่องมือที่ทันสมัย โดยทางโรงพยาบาลเจ้าพระยาพร้อมให้บริการตั้งแต่การตรวจโรครักษาทางด้านหัวใจเช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ , ลิ้นหัวใจผิดปกติ , กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด , การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (E.K.G) , การตรวจการทำงานและความผิด- ปกติของหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนและความถี่สูงสามมิติ (3D-Color Doppler - Echocardiogram) , เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ 3 มิติ (Multi-Detector CT Scan) เครื่องบันทึกจังหวะการเต้นของหัวใจต่อเนื่อง (Holter Monitoring), การผ่าตัดหัวใจ , การตรวจสวนหัวใจ, การฉีดสี , การขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูน (P.T.C.A) ,ให้การฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยโรคหัวใจ (Cardiac Rehabilitation) และให้คำแนะนำการตรวจสุขภาพที่เหมาะสมกับ ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงเกี่ยวกับหัวใจ
     ศูนย์หัวใจ 24 ชั่วโมง โรงพยาบาลเจ้าพระยาพร้อมให้บริการรถ Mobile C.C.U เพื่อรองรับผู้ป่วยถึงบ้าน พร้อมทีมแพย์พยาบาล และเครื่องมือที่ทันสมัยสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจโดยเฉพาะ

   การตรวจหัวใจด้วยคลื่นความถี่สูง (Echocardiogram)
    ใช้หลักการสะท้อนกลับของคลื่นเสียงความถี่สูง ซึ่งจะถูกส่งผ่านผนังทรวงอกไปถึงหัวใจ เมื่อคลื่นเสียงความถี่สูง ผ่านอวัยวะต่างๆจะเกิดสัญญาณสะท้อนกลับซึ่งแตกต่าง ระหว่างน้ำและเนื้อเยื่อ คอมพิวเตอร์จะนำเอาสัญญาณเหล่านี้มาสร้างภาพ ทำให้เห็นหัวใจ , ลิ้นหัวใจ , ผนังกั้นห้องหัวใจ นอกจากนี้ยังสามารถให้สีเพื่อดูทิศทางการไหลของเลือด , วัดความเร็วของการไหลของเลือดใน ตำแหน่งต่างๆ ได้ Echocardiogram จึงช่วยให้ทราบ,ขนาดหัวใจห้องต่างๆ ,การทำงานของลิ้นหัวใจ ว่ามีการตีบตันหรือรั่วหรือไม่,กล้ามเนื้อหัวใจดูความหนา , ความสามารถในการบีบตัวว่ามีส่วนใด ผิดปกติหรือไม่,ภาวะหัวใจพิการแต่กำเนิด,ภาวะน้ำในช่องเยื้อหุ้มหัวใจ,ภาวะติดเชื้อของ ลิ้นหัวใจ ,ก้อนเลือดหรือก้อนเนื้องอกในหัวใจ
   การตรวจสมรรถภาพของหัวใจด้วยการออกกำลังกาย Exercise Stress Test (EST),การวิ่งบนสายพาน
   

เป็นการตรวจหาภาวะหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจว่ามีตีบหรือตัน ดูความแข็งแรงความ ฟิตของผู้ถูกทดสอบ และใช้ตรวจหาการเต้นผิดจังหวะของหัวใจที่อาจะเกิดขึ้นขณะที่มี การออกกำลังกายว่าเป็นชนิดธรรมดาหรือชนิดร้ายแรง การทดสอบชนิดนี้ใช้ในการ วินิจฉัยแยกโรคใน ผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บแน่นหน้าอกได้เป็นอย่างดีว่าเป็นจากโรคหัวใจ หรือไม่ โดยการให้ผู้ถูกทดสอบออกกำลังกายโดยการเดินบนสายพานที่เคลื่อนที่ไป เรื่อยๆ โดยสายพานจะค่อยๆ เร็วขึ้นและชันขึ้นทีละน้อย ตามโปรแกรมที่ตั้งขึ้นไว้เมื่ออกกำลังกายหัวใจจะเต้นเร็วขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องได้รับเลือดมาเลี้ยงมากขึ้น หากมีหลอดเลือด หัวใจตีบเลือดจะไม่สามารถไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้เพียงพอจะมีการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจให้เห็นและ ในบางรายจะมีอาการเจ็บหน้าอกขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ, การเจ็บหน้าอกและเวลาที่ใช้เดินออก กำลังกายจะสามารถบอกความรุนแรงของโรคได้เป็นอย่างดี และยังใช้การติดตามผู้ป่วยภายหลังได้รับการ รักษา ไม่ว่าจะด้วยยาหรือการขยายหลอดเลือดหรือการผ่าตัดว่ามีอาการดีขึ้นเพียงไร

การปฏิบัติตัว ควรรับประทานอาหารอ่อนและปริมาณน้อย บางรายอาจต้องงดรับประทานอาหารก่อนถึงกำหนดเวลาทดสอบอย่างน้อย 2 ชั่วโมง

ระยะเวลาในการตรวจ เวลาในการเดินสายพานประมาณ 5-15 นาที เวลาติดตามผลประมาณ 5-10 นาที รวมเวลาทั้งหมดประมาณ 30 นาที

 

   การตรวจสวนหัวใจและฉีดสี (Cardiac Catheterization and Angiogram)
การตรวจสวนหัวใจหรือการฉีดสี หมายถึงการใช้สายสวนขนาดเล็กใส่เข้าไปตามหลอดเลือดแดง อาจจะใส่บริเวณขาหนีบ , ข้อพับแขนหรือข้อมือย้อนไปจนถึงจุดที่เป็นรูเปิดของหลอดเลือดที่ไป เลี้ยงหัวใจทั้งซ้ายและขวา แพทย์จะใช้สารละลายทึบรังสี ที่เราเรียกง่ายๆว่า สีฉีดเข้าไปทางสาย สวนนั้นไปที่หลอดเลือดเลี้ยงหัวใจและใช้เครื่องเอ๊กซ์เรย์ตรวจสอบดูขณะที่ทำการฉีดสีว่ามี การตีบแคบหรือตันของหลอดเลือดหรือไม่ ตำแหน่งใด , ตีบกี่จุด , กี่เส้นทั้งนี้นอกจากจะช่วย ในการวินิจฉัยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้อย่างไรแม่นยำแล้ว ยังช่วยในการตัดสินใจของ ผู้ป่วยญาติและแพทย์อีกด้วยว่าควรจะแก้ไขหรือรักษาด้วยวิธีใดให้เหมาะสม และเกิดประสิทธิผลแก่ผู้ป่วยอย่างสูงสุด เช่น การใช้บอลลูน และ/หรือ การใช้ขดลวดเล็กๆเข้าไปขยายเส้นที่ตีบตันหรือจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดบายพาส (Bypass Graft) ปัจจุบันการตรวจสวนหัวใจทำได้ง่าย และสะดวกขึ้นใช้เวลาพักอยู่โรงพยาบาลเพียง 1วัน และขณะที่ทำไม่ต้องใช้ยาสลบแต่อย่างใด จะใช้ยาเฉพาะที่เท่านั้นขณะตรวจผู้ป่วยจะ สามารถมองผ่านทางจอภาพได้ตลอดเวลาพูดคุยกับแพทย์ที่ทำการตรวจได้เมื่อการตรวจ เสร็จเรียบร้อยแล้วท่านก็จะทราบผลการตรวจได้ทันที
   การทดสอบภาวการณ์เป็นลมหมดสติ (Tilt Table Test)
การเป็นลมคือการไม่รู้สติสัมปชัญญะอย่างเฉียบพลัน โดยไม่มีความผิดปกติของระบบประสาท เฉพาะที่ เช่น ในโรคลมชัก การตรวจ Tilt table test นี้เป็นการตรวจพิเศษที่ใช้ตรวจในคนไข้ ที่มีปัญหาเป็นลมบ่อยโดยที่ไม่มีสาเหตุที่แน่ชัด ซึ่งอาจมีสาเหตุเกี่ยวกับหัวใจหรือระบบประสาท อัตโนมัติได้ เพื่อหาทางแก้ไขหรือรักษาให้ถูกต้องต่อไป การทดสอบจะกระทำในห้องที่มีเตียงพิเศษ  สามารถปรับระดับองศาของเตียงได้ โดยจะให้ผู้ถูกทดสอบนอนเอียงเป็นมุมประมาณ 70-80 องศา เป็นเวลาประมาณ 40 นาที ขณะที่มีการตรวจวัดกราฟไฟฟ้าหัวใจอย่างต่อเนื่อง  วัดความดันโลหิตเป็นระยะๆ ผลการทดสอบแพทย์จะวิเคราะห์จากอัตราชีพจร  ความดันโลหิตลักษณะคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และอาการของผู้ป่วยซึ่งในรายที่เด่นชัด จะมีอาการเป็นลมหมดสติให้เห็นได้  บางครั้งอาจจำเป็นต้องใช้ยาร่วมด้วยเพื่อให้ได้ผลการตรวจที่แม่นยำขึ้น


  ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ


ชื่อแพทย์ ความเชี่ยวชาญ
ศ.นพ. ศุภชัย ไชยธีระพันธ์ โรคหัวใจทั่วไป
พล.ต.ท.นพ. นุกูล เจียมอนุกูลกิจ โรคหัวใจทั่วไป
นพ. สุทธิพงศ์ ทัศนียพันธุ์ โรคหัวใจทั่วไป
นพ. เกียรติพงษ์ พละศักดิ์ โรคหัวใจทั่วไป
นพ. จีระศักดิ์ สิริธัญญานนท์ โรคหัวใจทั่วไป
รศ.นพ ชุณหเกษม โชตินัยวัตรกุล โรคหัวใจทั่วไป
ศ.นพ. รุ่งโรจน์ กฤตยพงษ์ โรคหัวใจทั่วไป
นพ. ยวดยง เธียรตระวัน โรคหัวใจทั่วไป
นพ. อาจบดินทร์ วินิจกุล โรคหัวใจทั่วไป
พญ. วรมนต บำรุงสุข เวชศาสตร์ฟื้นฟูโรคหัวใจ
นพ. คมเสก พรหโมปกรณ์ เวชศาสตร์ฟื้นฟูโรคหัวใจ

   

 
โรงพยาบาลเจ้าพระยา
113/44 ถนนบรมราชชนนี แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กทม. 10700