Language : | |
Call : 02-434-1111, 02-884-7000

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Spinal Muscular Atrophy : SMA)

2024-04-12T11:27:48+00:00

         โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Spinal Muscular Atrophy หรือ SMA) เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปรกติทางพันธุกรรมของยีนที่ส่งผลต่อเส้นประสาทไขสันหลังที่ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ โดยเส้นประสาทเหล่านี้ จะควบคุมกล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจ การกลืน และการเคลื่อนไหวของแขนขา โรค SMA จะทำให้กล้ามเนื้อลีบเล็กและฝ่อไปทำให้อันตรายถึงแก่ชีวิตได้ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง SMA มีด้วยกัน 4 ชนิด ดังนี้   ชนิดแรก (Type I) พบได้บ่อยที่สุด มักเกิดในทารกแรกคลอด ทำให้เกิดความพิการรุนแรงและมักเสียชีวิตก่อน 2 ขวบ ทารกมักแสดงอาการ คือ ไม่สามารถนั่งหรือยืนได้ตามวัย ชนิดที่สอง (Type II) รุนแรงปานกลาง มักมีอายุขัยสั้นและต้องช่วยเดินหรือยืน โดยมักแสดงอาการเมื่อทารกอายุ 7-8 เดือน ชนิดที่สาม (Type III) มีความรุนแรงน้อย มักแสดงอาการหลังอายุ 18 เดือน ชนิดที่สี่ (Type IV) ที่แสดงอาการในวัยผู้ใหญ่หรือหลังจากอายุ [...]

โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Spinal Muscular Atrophy : SMA)2024-04-12T11:27:48+00:00

โรคของหลอดเลือดแดงของหัวใจ (Coronary artery disease)

2024-02-22T13:29:27+00:00

           หัวใจของมนุษย์เป็นอวัยวะที่ทำงานหนักที่สุดในร่างกาย คือ ทำงานตั้งแต่ยังไม่เกิด ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ของมารดา และจะไม่มีโอกาสหยุดพักใด ๆ หลังจากเกิดขึ้นมาแล้ว พลังงานที่ได้ก็มาจากหลอดเลือดแดงของหัวใจ หลอดเลือดแดงของหัวใจนี้แยกออกจากหลอดเลือดแดงใหญ่ที่เป็นส่วนที่หัวใจส่งเลือดไปเลี้ยงร่างกายทั้งหมดที่เรียกว่า Aorta และกระจายครอบหัวใจไว้ พร้อมทั้งส่งแขนงต่าง ๆ ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ คล้ายกับเป็นมงกุฎที่ครอบลงไปในหัวใจ จนได้ชื่อว่าหลอดเลือดมงกุฎ (Coronary artery) คล้ายกับชาวนาไทยที่ส่งข้าวไปเลี้ยงคนทั้งประเทศ แต่ตนเองอาจมีข้าวที่เลี้ยงตัวเองน้อยนิด           จากหลอดเลือดมงกุฎ ซึ่งแยกเป็นซ้าย ขวา ขนาดก็ประมาณหลอดกาแฟ 3 - 4.5 มิลลิเมตร แตกต่างจากการได้รับพลังงานของสัตว์ชนิดอื่น เช่น พวกสัตว์เลื้อยคลานจะได้รับพลังงานโดยตรงจากเลือดทั้งหมดที่มีอยู่ในห้องของหัวใจ (สัตว์เลื้อยคลานไม่มีหลอดเลือดมงกุฎสำหรับเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ) เมื่อหลอดเลือดมงกุฎแคบลง ก็จะทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่พอ จะทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดออกซิเจน (O2) ผลที่ตามมาก็คือ ทำให้เกิดอาการ เช่น เหนื่อยง่าย เจ็บหน้าอกเมื่อออกกำลังกายหรือเกิดความเครียด หรือจากการใช้ยา หรือสาร กระตุ้นที่ทำให้หัวใจเต้นเร็ว หัวใจเต้นผิดจังหวะ เกิดภาวะหัวใจวายหรือการเสียชีวิตโดยเฉียบพลันได้ [...]

โรคของหลอดเลือดแดงของหัวใจ (Coronary artery disease)2024-02-22T13:29:27+00:00

พฤติกรรมอยู่ไม่นิ่ง สมาธิไม่ดีในเด็ก อาจจะเกิดจากการนอนที่ไม่ดีได้นะ

2023-09-13T15:39:33+00:00

            ปัญหาพฤติกรรมของเด็ก โดยเฉพาะตอนไปโรงเรียน เป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นกังวลกันอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะพฤติกรรมซน อยู่ไม่นิ่ง สมาธิในการเรียนไม่ดี มักจะทำให้คุณครูเข้าใจว่าตัวเด็กเป็นโรคซนสมาธิสั้นหรือ ADHD (attention deficit hyperactivity disorder) ซึ่งเป็นโรคพัฒนาการล่าช้ารูปแบบหนึ่งที่พบได้ค่อนข้างบ่อย อย่างไรก็ดี สาเหตุของการที่เด็กมีอาการไม่นิ่ง หรือสมาธิไม่ดี อาจจะเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น โรคความบกพร่องของทักษะการเรียนรู้เฉพาะด้าน หรือโรค LD (learning disabilities) ภาวะสติปัญญาบกพร่อง (intellectual disability) โรคลมชักชนิดเหม่อ (absence epilepsy) และเกิดจากการนอนที่ไม่ดี           การนอนหลับเป็นกระบวนการที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ มีประโยชน์ทั้งในด้านการพักผ่อนและเป็นการเปิดระบบการทำงานของร่างกายอีกหลายส่วนที่จะเกิดขึ้นเฉพาะหรือเกิดขึ้นเด่นในช่วงของการนอนหลับเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น การหลั่งฮอร์โมนการเจริญเติบโต (growth hormone) ในช่วงการหลับลึก การกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในช่วงการหลับลึก และการสร้างความจำระยะยาว (long-term memory formation) ในหลายช่วงของการนอนหลับ ดังนั้น หากการนอนหลับเกิดขึ้นได้ไม่ดี [...]

พฤติกรรมอยู่ไม่นิ่ง สมาธิไม่ดีในเด็ก อาจจะเกิดจากการนอนที่ไม่ดีได้นะ2023-09-13T15:39:33+00:00

แคลเซียมในหลอดเลือดคืออะไร

2023-09-11T09:25:21+00:00

แคลเซียมในหลอดเลือดคืออะไร มาสำรวจความเสื่อมและประเมินความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจกันเถอะ หินปูนเกาะหลอดเลือดหัวใจ..เสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลัน หากพบค่าที่สูงกว่า 400 มีโอกาสที่ผู้ป่วยจะเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบในระยะเวลา 2-5 ปีข้างหน้า รับชมวิดิโอให้ความรู้แคลเซียมในหลอดเลือดได้ที่นี่ โรงพยาบาลเจ้าพระยาขอแนะนำโปรแกรมตรวจปริมาณคราบหินปูนเกาะบนผนังหลอดเลือดหัวใจ CT Calcium Scoring

แคลเซียมในหลอดเลือดคืออะไร2023-09-11T09:25:21+00:00

สิ่งที่ไม่ได้คาดหวังเมื่อ…ตั้งครรภ์

2024-04-12T11:47:31+00:00

สิ่งที่ไม่ได้คาดหวังเมื่อ... ตั้งครรภ์ ว่าที่คุณพ่อคุณแม่ควรรู้ไว้ คุณพ่อคุณแม่มือใหม่หรือไม่ใหม่ทั้งหลายเมื่อมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น สิ่งแรกที่สุดที่คาดหวังกันทุกคนคือต้องการให้ลูกที่กำลังจะเกิดมานั้นมีสุขภาพสมบูรณ์ แข็งแรง ระหว่างตั้งครรภ์คุณแม่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ เลยจนกระทั่งถึงวันคลอด ได้คลอดลูกอย่างปลอดภัย และอุ้มลูกกลับบ้านอย่างมีความสุขถ้วนหน้ากันทุกคน ความคาดหวังเช่นนี้มิได้เป็นความคาดหวังเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ของลูกน้อยที่อยู่ในครรภ์เท่านั้น แต่เป็นความคาดหวังของทั้งคุณหมอคุณพยาบาลที่ร่วมดูแลครรภ์นั้นด้วยอย่างแน่นอน           แต่ทำไมจึงมีสิ่งที่ไม่ได้คาดหวังเกิดขึ้นในขณะตั้งครรภ์ได้เล่า ?           ก่อนที่จะตอบคำถามดังกล่าว ลองมาดูความเป็นจริงที่อาจจะเกิดขึ้นในขณะตั้งครรภ์ของคุณแม่ทุกคนที่ตั้งครรภ์ ระยะ 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ คุณแม่ตั้งครรภ์ทุกคนมีโอกาสที่จะแท้งลูกประมาณร้อยละ 10  ยิ่งอายุคุณแม่มากขึ้นเท่าไหร่โอกาสแท้งก็มากขึ้นตามไปด้วย เช่น ถ้าคุณแม่อายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป มีโอกาสแท้งถึงร้อยละ 30 ทีเดียว           เมื่อผ่านพ้นช่วง 3 เดือนไปแล้วโอกาสแท้งก็น้อยลง ทารกเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ ตามอายุครรภ์ แต่ทารกบางคนก็อาจจะเกิดภาวะการเจริญเติบโตช้าในครรภ์ คือเติบโตไม่ดีเท่าที่ควร พบได้ประมาณร้อยละ 2-10 ของการตั้งครรภ์ ซึ่งทำให้เมื่อถึงเวลาครบกำหนดคลอด จึงได้ทารกน้ำหนักน้อยกว่าปกติออกมา หรือทารกอาจมีน้ำหนักน้อยจากการคลอดก่อนกำหนดได้เช่นกัน ซึ่งพบได้ร้อยละ 5-10 [...]

สิ่งที่ไม่ได้คาดหวังเมื่อ…ตั้งครรภ์2024-04-12T11:47:31+00:00

ภาวะตื่นแล้วหลับยากของคุณแม่ตั้งครรภ์

2024-04-12T11:56:42+00:00

ภาวะตื่นแล้วหลับยากของคุณแม่ตั้งครรภ์ เมื่อตื่นแล้วนอนต่อไม่หลับ ภัยร้ายที่ส่งผลเสียต่อลูก           คุณเชื่อหรือไม่ว่าในขณะที่หลายคนกำลังนอนหลับฝันหวานกันอยู่นั้น มีคุณแม่ตั้งครรภ์บางคนตื่นมากลางดึกแล้วนอนไม่หลับ โดยตอนแรกก็หลับได้อย่างง่ายดาย แต่พอตื่นมาแล้วจะนอนต่อก็หลับไม่ได้ง่ายซะแล้ว อยากนอนหลับให้ลึกก็ยากขึ้น ทำให้ไม่สดชื่นหลังการตื่นนอน ซึ่งคุณแม่ก็ไม่จำเป็นต้องอดทนหรือกังวลกับอาการนี้มากนัก เพราะยังมีวิธีแก้ไขหลายวิธีที่จะช่วยให้หลับสบายได้ดีขึ้น สาเหตุของการตื่นแล้วหลับยากของคุณแม่ตั้งครรภ์ ระดับฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลง ในเวลากลางคืนคุณแม่ต้องลุกไปเข้าห้องน้ำบ่อยๆ เมื่อกลับมาก็ไม่สามารถหลับต่อได้ง่ายอีก ท้องที่มีขนาดโตขึ้นมากทำให้อึดอัด หายใจไม่สะดวก เพราะมดลูกที่โตขึ้นจะไปกดเส้นเลือดใหญ่ในท้องแม่ บางครั้งลูกในท้องมีการดิ้นมาก อาจเตะโดนมดลูกของแม่ทำให้เจ็บหรือสะดุ้งตื่น พอจะหลับต่อก็ยากขึ้น อาการปวดเมื่อยตามจุดต่างๆ หรืออาการตะคริวก็มีส่วนทำให้หลับต่อได้ยาก ความรู้สึกตื่นเต้นหรือกังวลกับการคลอด ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่สามารถนอนหลับได้ง่ายเช่นกัน แล้วจะทำอย่างไรจึงจะนอนหลับ มีการออกกำลังกายเบาๆ ระหว่างวันที่เหมาะกับอายุครรภ์อย่างสม่ำเสมอ ดื่มเครื่องดื่มอุ่นๆ ที่ไม่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ หรือนมอุ่นๆ พอประมาณก่อนเข้านอน อาบน้ำอุ่นก่อนเข้านอน หาหนังสือสักเล่มมาอ่านบนเตียง หรือฟังเพลงที่ทำให้ผ่อนคลายก่อนนอน ให้คุณพ่อนวดบริเวณหลัง, ไหล่ และคอ ก่อนนอน ด้วยโลชั่นที่มีกลิ่นที่ทำให้คุณแม่ผ่อนคลาย จัดท่านอนให้ได้ท่าที่สุขสบายที่สุด บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องฝืนนอนในท่าที่คุณแม่ไม่สบายตัวก็ได้ ควบคุมอุณหภูมิของห้องนอนให้พอเหมาะ เพราะคุณแม่ตั้งครรภ์ส่วนใหญ่มักจะมีอาการขี้ร้อนเป็นพิเศษ หากรู้สึกอึดอัดหรือหายใจไม่ออกเมื่อนอน อาจใช้หมอนหนุนศีรษะให้สูงเพื่อที่จะได้หายใจสะดวกขึ้น ถ้าการนอนในตอนกลางคืนไม่เพียงพอ ควรหาโอกาสนอนหลับในตอนกลางวันบ้าง   บทความโดย [...]

ภาวะตื่นแล้วหลับยากของคุณแม่ตั้งครรภ์2024-04-12T11:56:42+00:00

โรคลมหลับ (Narcolepsy)

2023-09-13T16:37:44+00:00

          โรคลมหลับ เป็นโรคที่เกิดจากสารไฮโปเครติน (Hypocretin) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่สำคัญในการควบคุมการตื่นต่ำกว่าปกติ ทำให้เกิดความผิดปกติของสมองในการควบคุมวงจรการหลับ-ตื่น ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการง่วงนอนตอนกลางวันมากผิดปกติ เผลอหลับได้ง่ายและอาจหลับแม้ในสถานการณ์หรือสถานที่ที่ไม่ควรหลับ ผู้ป่วยบางรายอาจมี Cataplexy คือการที่กล้ามเนื้ออ่อนแรงล้มพับลงกับพื้นเวลาที่มีอารมณ์เปลี่ยนแปลง นอกจากนี้อาจมีอาการไม่สามารถขยับตัวได้ขณะจะตื่นคล้ายผีอำ หรือเห็นภาพหลอนช่วงครึ่งหลับครึ่งตื่น           การวินิจฉัยสามารถทำได้โดยการพบแพทย์เฉพาะทางด้านโรคการนอนหลับหรือโรคระบบประสาท เพื่อตรวจการนอนหลับ (Polysomnography, Sleep test) ร่วมกับการตรวจความง่วงตอนกลางวัน (Multiple sleep latency test, MSLT) นอกจากนี้ ยังต้องซักประวัติและตรวจร่างกายเพื่อวินิจฉัยแยกโรคจากโรคการนอนหลับหรือโรคทางสมองอื่น ๆ ด้วย           ปัจจุบันยังไม่สามารถรักษาโรคลมหลับให้หายขาดได้ แต่สามารถรักษาเพื่อบรรเทาอาการของผู้ป่วยได้ เช่น ใช้ยากระตุ้นการตื่นตัวร่วมกับการวางแผนการนอนเพื่อบรรเทาอาการง่วงนอนระหว่างวัน การใช้ยาที่ช่วยลดอาการ Cataplexy, ผีอำ หรือเห็นภาพหลอน การปฏิบัติตัวเพื่อสุขภาพการนอนที่ดี และการป้องกันอุบัติเหตุจากความง่วงหรืออาการ Cataplexy หากท่านหรือผู้ใกล้ชิดมีอาการที่อาจเป็นโรคลมหลับ สามารถไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษา เพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตและคุณภาพการนอนที่ดี จะได้ใช้ชีวิตให้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด บทความโดย [...]

โรคลมหลับ (Narcolepsy)2023-09-13T16:37:44+00:00

แสงแดดบ้านเรามีอันตรายมากน้อยเพียงใด

2023-08-24T13:48:01+00:00

          ประเทศไทยเป็นเมืองร้อนซึ่งอุดมไปด้วยสายลมและแสงแดดได้ในทุกเวลาในทุกฤดูกาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันนี้พบว่าชั้นบรรยากาศของโลกเริ่มบางลงและเกิดรูรั่วของชั้นโอโซน (Ozone) จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้แสงแดดหรือรังสีอัลตราไวโอเลตตัวร้ายสามารถสาดส่องลงมายังพื้นผิวโลกได้อย่างง่ายดาย และยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ถึงแม้ว่าแสงแดดจะมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายแต่ก็เฉพาะแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าเท่านั้น แต่จะมีอันตรายมากในช่วง 10.00 - 15.00 น. ซึ่งรังสีอัลตราไวโอเลตจะเริ่มแผดเผาและมีปริมาณมาก และถึงแม้ว่าท้องฟ้าจะมีเมฆปกคลุมมากก็ใช่ว่าจะปลอดภัยจากแสงแดด เพราะรังสีตัวร้ายสามารถเล็ดลอดผ่านลงมาได้อย่างสบายๆ รังสีอัลตราไวโอเลต แบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ UVC เป็นรังสีที่มีความยาวของคลื่นสั้นที่สุด ซึ่งจะไม่ทำอันตรายต่อผิวมากนักเนื่องจากถูกดูดซับโดยโอโซนในชั้นบรรยากาศ UVA เป็นรังสีที่มีช่วงคลื่นยาว ทำให้ผิวหนังมีสีคล้ำมากขึ้น ผิวจะแดง แต่น้อยกว่า UV-B เพราะเป็นรังสีที่ผ่านทะลุเข้าไปทั้งชั้นหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้ซึ่งทำอันตรายต่อโครงสร้างและเซลล์ผิวหนังทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นรวมทั้งช่วยเสริมฤทธิ์ของ UV-B ทำให้เกิดเป็นอันตรายต่อผิวหนังมากขึ้น UVB เป็นรังสีช่วงคลื่นสั้นกว่า จะผ่านทะลุหนังกำพร้าและหนังแท้ชั้นบนเท่านั้น ทำให้เกิด SUNBURN ซึ่งมีอาการผิวบวมแดงและอาจพองปวดแสบร้อน ผิวไหม้และแห้งกร้านคล้ำซึ่งเมื่อผิวถูกแดดเผาเป็นประจำทำให้ผิวหมองคล้ำเกิดจุดด่างดำ มีปัญหาเรื่องฝ้า กระ หรือถ้าในระยะยาวอาจลุกลามจนกลายเป็นมะเร็งผิวหนังได้ โรคที่จะเกิดเมื่อเจอแสงแดดมีอะไรบ้าง           รังสี UV ในปริมาณเล็กน้อยจะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายซึ่งมีความจำเป็นต้องใช้ในการผลิตวิตามิน D [...]

แสงแดดบ้านเรามีอันตรายมากน้อยเพียงใด2023-08-24T13:48:01+00:00

Golf กับ ฝ้า

2024-04-12T13:56:00+00:00

          ฝ้า...สาวนักกอล์ฟทั้งหลายคะ คุณเคยประสบปัญหาเรื่องหน้าหมองคล้ำ ฝ้า กระ ขึ้นหลังจากไปออกรอบไหมคะ วันนี้เรามาเข้าใจถึงปัญหาเรื่องฝ้ากันนะคะ           ฝ้าเป็นปัญหาของเม็ดสีใต้ผิวหนัง ซึ่งเกิดจากมีการสะสมเซลล์เม็ดสีที่มีปริมาณมากกว่าปกติ และเซลล์เม็ดสีแต่ละตัวก็ทำงานมากกว่าปกติด้วย ฉะนั้นเมื่อมองจากภายนอกจะเห็นผิวเป็นลักษณะปื้นสีดำหรือน้ำตาล บริเวณที่พบบ่อยมักเป็นตำแหน่งที่นูนออกมาจากใบหน้า เช่น โหนกแก้ม สันจมูก หรือหน้าผาก สาเหตุของฝ้านั้นอาจจะเกิดจากมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น การกินยาคุมกำเนิด หรือสาวที่เข้าสู่วัยทอง ส่วนสาเหตุที่สำคัญมากๆ ที่ทำให้เกิดฝ้านั้น คือ แสงแดด นั่นเอง แนวทางการรักษาฝ้านั้นแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ 1. แนวทางการป้องกัน เลี่ยงแสงแดด สำหรับสาวนักกอล์ฟนั้นอาจเลี่ยงการออกรอบในช่วง 11.00 – 13.00 น. เนื่องจากมีรังสี UV มากที่สุด การใส่หมวกหรือร่มป้องกันแสง UV นั้น จะช่วยลดปริมาณแสงที่กระทบโดนหน้าลงได้มาก นักกอล์ฟควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 50 [...]

Golf กับ ฝ้า2024-04-12T13:56:00+00:00